สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
สินเชื่อส่วนบุคคล ซีไอเอ็มบีไทย

เช็กลิสต์ เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด

การศึกษา

พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนมีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในการสมัครเรียน วันนี้ พี่วุฒิ ได้ลิสต์เอกสารประกอบการสมัครที่น้องๆ ห้ามพลาดและควรเตรียมเอาไว้ พร้อมแนะนำวิธีการส่งเอกสารที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดมาให้น้องๆ ได้รู้จักกัน มีวิธีไหนบ้าง? มารู้จักไปพร้อมๆ กันเลยครับ

ก่อนที่น้องๆ จะเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียนต่อต่างประเทศ อย่างแรกเลย เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าอยากไปเรียนที่ไหน? และอยากสมัครเข้าเรียนต่อสาขาใด? เพราะว่าบางทีแต่ละที่อาจมีกำหนดการและเงื่อนไขในเรื่องเอกสารประกอบการสมัครที่แตกต่างกันไป ซึ่งวิธีการหาข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ของทุนหรือมหาวิทยาลัยที่เราอยากเรียนต่อเลยครับ เค้าจะมีระเบียบการที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องจัดการเตรียมเอกสารที่ใช้ในการสมัครให้ครบถ้วน

และวันนี้พี่ได้รวบรวมตัวอย่างเอกสารสำคัญที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้พิจารณาเข้าเรียนต่อมาให้น้องๆ ได้เช็กและเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ว่าแต่มีอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง? จดลิสต์เอาไว้เลยครับ!

1. ใบสมัคร (Application Form) สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถาบันโดยตรง ซึ่งในนี้จะเป็นส่วนของการกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว แนะนำตัวเอง เป็นต้น

2. Statement of Purpose คือ เรียงความหรือบทความที่จะทำให้กรรมการรู้จักเรามากขึ้น ส่วนนี้ถือว่าสำคัญมากกก เพราะเป็นคะแนนหลักที่ทางสถาบันจะพิจารณารับเราเข้าเรียน หลายคนจึงพยายามหาข้อแตกต่างและสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองเพื่อให้เป็นผู้สมัครที่น่าจดจำ (อ่านเทคนิคการเขียน SOP คลิกที่นี่)

3. จดหมายแนะนำ (Reccommendation Letter) จำนวน 2 ฉบับ จดหมายนี้ถือว่าเป็นอีกส่วนที่สำคัญและจำเป็นมากในการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยผู้ที่จะเขียนจดหมายแนะนำให้น้องได้นั้นควรเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา, อาจารย์ที่น้องเรียนด้วย, โค้ช, นายจ้าง หรือใครก็ตามที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลน้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งต้องรู้จักเราเป็นอย่างดี รู้จักผลงานของเรา และค่อนข้างมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับตัวเรา และที่สำคัญที่สุดคือเป็นผู้ที่เชื่อถือได้และมีความรับผิดชอบ ผู้เขียนจดหมายแนะนำที่ดีต้องเป็นผู้ที่ตั้งใจเขียนด้วยตนเอง และส่งเอกสารได้ทันเวลา (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการเขียนจดหมายแนะนำตัว คลิกที่นี่)

4. หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา สำหรับผู้ที่กำลังจะจบ โดยน้องๆ ควรขอล่วงหน้าจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย

5. ปริญญาบัตร หรือหลักฐานจบการศึกษา (สำเนา)

6. ทรานสคริปต์

7. เอกสารแสดงผลทดสอบทางภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL , TOEIC, IELTS และรวมไปถึงผลสอบภาษาอื่นๆ ในกรณีที่น้องๆ สมัครเรียนในประเทศที่จำเป็นต้องใช้ผลสอบภาษาแม่ของที่นั่น

8. ใบแสดงผลตรวจสุขภาพ

9. สูติบัตร หรือ เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร และผู้ปกครอง

10. ใบเสร็จการจ่ายค่าสมัคร

11. แฟ้มสะสมผลงาน (อาจเลือกเฉพาะผลงานเด่นๆ ประกอบการสมัคร)

*เอกสารทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาแม่ของประเทศที่เรากำลังสมัครเรียนต่อ

และหลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยที่เราจะสมัคร ซึ่งปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยนั้นมีระบบออนไลน์สำหรับการสมัครและส่งเอกสาร แต่ในขณะเดียวกันยังมีมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมากที่กำหนดให้ผู้สมัครส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะว่าถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดส่ง รวมถึงฝ่ายผู้รับก็ตรวจสอบได้ง่ายด้วย

น้องๆ หลายคนอาจจะมีความกังวลว่าเอกสารที่เราส่งไปนั้นจะไม่หายใช่มั้ย? จะถึงที่มหาวิทยาลัยหรือเปล่า? บางคนอาจจะกลัวว่าการส่งเอกสารแบบนี้จะต้องใช้เวลานาน เกรงว่าจะไม่ทันหมดเขตการสมัคร พี่ขอบอกเลยว่าน้องๆ ไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะเดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยของเรามีระบบการขนส่งระหว่างประเทศที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วมากกก วันนี้พี่จะยกตัวอย่างบริการการส่งไปรษณีย์ 2 แบบที่เป็นที่นิยมสุดๆ และยังตอบโจทย์สำหรับการส่งเอกสารสมัครเรียนต่างประเทศอีกด้วย

1. บริการ EMS World

มาเริ่มที่บริการแรกกันเลยดีกว่า พอเห็นคำว่า ‘EMS’ น้องๆ หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการส่งของที่ต้องการความรวดเร็ว ต้องบอกว่าความจริงแล้วไม่ได้มีแค่ส่งในประเทศเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีระบบการส่งระหว่างประเทศที่เรียกว่า ‘EMS World’ อีกด้วย ซึ่งบริการอันนี้ก็เรียกว่าเหมือนกับ EMS ที่น้องๆ รู้จักเลยครับ แต่อัปเกรดขึ้นมาตรงที่เราสามารถส่ง EMS ไปต่างประเทศได้นั่นเอง (ดีงามอ่ะ!)

สำหรับการส่งเอกสารสมัครเรียนโดยบริการ EMS World น้องๆ สามารถพุ่งตรงไปยังไปรษณีย์สาขาใกล้บ้านได้เลยครับ ในส่วนของขั้นตอนก็ง่ายและสะดวกเวอร์ เรียกว่าเหมือนกับการส่งไปรษณีย์ทั่วไปเลยล่ะ ซึ่งเค้าก็จะคิดค่าบริการตามระยะทางที่เราส่ง ตรงนี้น้องๆ สามารถเช็กดูในเว็บไซต์ได้ว่าถ้าจะส่งไปที่นี่เค้าจะคิดเท่าไหร่นะ? หรือจะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์โดยตรงเลยก็ได้เลยครับ โดยส่วนตัวพี่เคยส่งของทาง EMS World เหมือนกัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันเท่านั้นโดยการขนส่งทางเครื่องบิน เรียกว่าถึงเร็วมากกกก และระหว่างที่รอว่าเอกสารของเราจะถึงหรือยังนั้น น้องๆ ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบทุกขั้นตอนการขนส่งในเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th ได้ตลอดเลยครับ เค้าจะคอยอัปเดตให้ทราบว่าตอนนี้พัสดุของเรานั้นอยู่ที่ไหน ถึงมือใครแล้วบ้าง เรียกว่ารวดเร็ว ปลอดภัย ไร้กังวลไปเลยจ้า

แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ! อันนี้พี่ขอเตือนนิดนึงว่า ถ้าน้องๆ จะส่งเอกสารสมัครเรียน พยายามอย่าส่งช่วงใกล้หมดเขตมากนะ ต้องเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาในการส่งเอกสารไม่นาน แต่ก็ไม่ควรส่งกระชิ้นชิดเกินไป เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา เราจะได้แก้ไขได้ทันครับ เตือนแล้วนะ!

2. บริการคูเรียร์โพสต์ (Courier Post)

ถัดมาที่อีกบริการนึงของไปรษณีย์ไทยที่พี่อยากแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จัก ซึ่งก็คือ ‘คูเรียร์โพสต์ (Courier Post)’ ด้วยความที่เป็นบริการน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จึงทำให้บางคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักบริการนี้กันสักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าบริการส่งแบบคูเรียร์โพสต์คือดีงามมากเวอร์! น้องๆ ควรรู้จักเอาไว้เลยครับ เพราะว่าการส่งเอกสารไปยังต่างประเทศ บางครั้งอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินได้ บางคนอาจเตรียมเอกสารไม่ครบสักทีจึงทำให้ส่งเอกสารล่าช้า ยิ่งช่วงเข้าใกล้วันหมดเขตรับสมัครคาบเส้นเดตไลน์ เรียกว่าหายใจแบบหืดขึ้นคอเลยทีเดียว

ต่อไปน้องๆ ไม่ต้องกังวลแล้วนะครับ เพราะว่าบริการคูเรียร์โพสต์นั้นสามารถส่งเอกสารให้น้องได้อย่างรวดเร็วทันใจ ใช้เวลาแค่ 2-3 วัน เอกสารของน้องก็ถึงมหาวิทยาลัยที่เราสมัครเรียนแล้ว โดยขั้นตอนในการส่งนั้นก็เหมือนกับการส่งไปรษณีย์ทั่วไปเลยล่ะ ซึ่งน้องๆ สามารถส่งเอกสารเหล่านี้ได้ที่ศูนย์ไปรษณีย์ใกล้บ้านเลยครับ หรือใครยังไม่มั่นใจว่าสาขาของเรามีบริการคูเรียร์โพสต์หรือเปล่า ก็กดเข้าไปเช็กตรงนี้เลยครับ และในส่วนของอัตราค่าบริการนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละประเทศที่เราส่งไปนั่นเอง ใครมีแพลนจะไปเรียนต่อและส่งเอกสารไปที่ไหน ก็ลองเช็กดูในเว็บไซต์ก่อนได้เลยว่า ถ้าจะส่งไปที่ประเทศนั้นเค้าจะคิดประมาณเท่าไหร่ เราเองจะได้เตรียมเงินพร้อมก่อนไปจ่ายเนอะ (ค่าบริการอาจจะสูงกว่า EMS World แต่ถูกกว่าบริษัทอื่นๆ และเมื่อเทียบกับบริการที่ได้รับ พี่ว่าคุ้มมากครับ)

และอีกข้อดีของบริการคูเรียร์โพสต์ ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งเอกสารการเรียน แต่จะเหมาะมากกับการส่งขอไปให้ พ่อ-แม่โฮสต์ เพราะเมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทาง จะมีผู้แทนจาก DHL แจ้งผู้รับและเป็นตัวแทนในการเคลียร์ภาษีให้ก่อน แล้วมาเรียกเก็บกับผู้รับอีกที แถมยังนัดหมายเวลาและสถานที่ ตามที่ผู้รับสะดวกอีกด้วย พูดง่ายๆ คือ พอเราส่งปุ๊บเค้าจะดำเนินการให้เราทุกอย่าง ลดขั้นตอนเพื่อความสะดวกสบายของเราที่แท้ทรู ส่วนเราเองก็มีหน้าที่แค่นั่งสวยๆ คอยตรวจสอบในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยว่าตอนนี้เอกสารเราถึงไหนแล้วนะ? เค้าจะคอยอัปเดตให้เราทราบตลอดเลยครับ เรียกว่าสะดวก ปลอดภัย ไว้ใจได้ เป็นบริการที่พรีเมียมสุดๆ ไปเล้ยยย!

เป็นไงบ้างครับน้องๆ ทั้ง 2 บริการที่พี่นำมาแนะนำให้รู้จักดีงามใช่มั้ยล่ะ? ความจริงแล้วนอกจากส่งเอกสารสมัครเรียน น้องๆ สามารถส่งพวกของพัสดุทั่วไปก็ได้นะ ยิ่งใครมีเพื่อนหรือญาติที่อยู่เมืองนอก อยากจะส่งของขวัญ ส่งขนมไปให้ ก็สามารถเลือกใช้บริการ EMS World และ คูเรียร์โพสต์ ได้เลยนะครับ

อ้อ! และอีกอย่างที่พี่อยากจะทิ้งท้ายไว้สำหรับเรื่องการเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ น้องๆ จะต้องศึกษาข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม และจงใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสมัครเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการเตรียมเอกสาร รวมถึงการส่งเอกสารสมัครเรียนด้วย อย่าลืมนะครับว่าเอกสารที่เราส่งไปนั้นเป็นคะแนนสำคัญที่จะใช้พิจารณาเราเข้าเรียนต่อเลยนะ ดังนั้นเราก็ควรเลือกบริการขนส่งที่น่าเชื่อถือ รวดเร็ว และปลอดภัยเข้าไว้ก่อนเนอะ และพี่เองก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสมัครเรียนต่อต่างประเทศนะครับ ^^

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล https://www.dek-d.com/

ขอบคุณข้อมูลภาพ โดย https://www.dek-d.com/
post : พุธ  ที่ 2  มกราคม  2562  เวลา  15:31:01 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบุคคล
 บัตรเครดิต
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตธนาคารออมสิน GSB Premium Credit Card
สมัครบัตรเครดิตธนาคารออมสิน พรีเมี่ยม มีรายได้ประจำ 15,000 บาท/เดือน อายุงาน 4 เดือนขึ้นไป สมัครได้ทั้งเป็นผู้มีรายได้ประจำ/ อาชีพอิสระ/ เจ้าของกิจการ ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ปีแรก
รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารออมสินทุก 25 บาท รับคะแนน GSB Reward Point 1 คะแนน *ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
  บ้านคอนโดฟรีดาวน์
ลงโฆษณาฟรี
ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อรถยนต์ เอสจี แคปปิตอล
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้